นับเป็นครั้งที่ 7 แล้วสินะ ตั้งแต่ปีที่ผมได้เข้าร่วมงาน "วิบูลย์กิจคอมมิคปาร์ตี้" เป็นครั้งแรก หลังจากผ่านงานครั้งนั้นมา ผมก็ยังคงไปงานวิบูลย์กิจอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ ปี ไม่มีขาด จนกระทั่งปีล่าสุดนี้
งานวิบูลย์กิจฯ หรืองาน VBK ครั้งนี้ถือเป็นงานครั้งที่ 10 นับตั้งแต่มีการจัดงาน VBK ครั้งแรกขึ้นมาในปี 2543 ซึ่งงานในปีนี้ก็ย้ายกลับมาจัดที่ซีคอนแสควร์เหมือนงานครั้งที่ 8 สาเหตุที่ต้องจรลีกลับมาจัดที่ซีคอนฯ หลังจากที่ครั้งที่ 9 เคตยไปจัดที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนมาก็เพราะปัญหาด้านสถานที่ กลุ่มผู้เข้าร่วมงาน และความไม่เหมาะสมอีกหลายๆ ประการ... ที่ผู้เข้าร่วมงานและพิธีกรสามารถสัมผัสถึงได้อย่างแรงกล้า
สำหรับตัวงานในปีนี้ก็จัดขึ้นเร็วเป็นพิเศษกว่าปีที่ผ่านๆ มา จากเดิมที่จะจัดในช่วงปลายเดือนตุลาคม ก็เปลี่ยนมาจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน ซึ่งก็คือวันที่ 3-4 ตุลาคมที่ผ่านมานั้นเอง ดังนั้น... ในฐานะของเทรเชอร์ฮันเตอร์คนหนึ่งที่เกิดในวันที่ 4 ตุลาคม ผมจึงมีหน้าที่ต้องออกเดินทางไป ใช้ศรัทธาและความพยายามควานหาของขวัญวันเกิดให้กับตัวเอง เพื่อเปลี่ยนวันเกิดซึ่งเป็นวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง ให้กลายเป็นวันเกิดที่มีความทรงจำอันวิเศษให้ได้
บรรยากาศทางเข้างาน
ภายในงานมีผู้ชมเดินกันประปราย น้อยลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เข้าใจว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่งานนี้ดันจัดชนกับวันงาน J-trend ที่ MBK ทำให้คนกลุ่มใหญ่ไม่ได้มางานนี้หากแต่ไปเข้าร่วมอีกงานแทน ขณะที่คนที่สลบเหมือดจากงาน J-trend ก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะมาร่วมงาน VBK ในวันอาทิตย์ได้ จึงทำให้ความโล่งโจ้ง เคว้งคว้าง ปกคลุมพื้นที่ของงานในระดับหนึ่ง
บูธ MXG ยังคงเปิดให้เล่นเกมของเครื่อง Wii Xbox360 และเครื่องเกมแห่งศรัทธาดังที่แล้วมา
การตกแต่งบนเวที และทีมพิธีกรในปีนี้
บรรยากาศบริเวณจุดแลกของรางวัล และกลุ่มเทรเชอร์ฮันเตอร์ที่ยืนต่อคิวเพื่อแลกของรางวัลกันอยู่ ปีนี้ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าของรางวัลจัดมาให้แลกนั้นไม่ดึงดูดใจซักเท่าไหร่ มีแต่ของที่เห็นแล้วรู้สึกเฉยๆ มาก ขณะที่ของดีๆ ส่วนใหญ่ก็โดนถ่ายโอนให้กลายเป็นของแจกจากกิจกรรมร่วมสนุกบนเวที งานนี้เหล่าเทรเชอร์ฮันเตอร์ที่รักการแรลลี่ตามบูธเพื่อล่ารางวัลทั้งหลาย มีอันต้องเครียดกันเป็นแถบๆ ครับ
กลับมาทางด้านบูธ MXG ซึ่งก็มีการเปิดแข่งทัวร์นาเมต์เกม Street Puzzle Fighter เพื่อชิงของรางวัลเป็นเครื่อง Nintendo DS Lite.... ตอนแรกทีมงานนั่งคิดกันว่าจะให้ของรางวัลเป็นเครื่อง PS2 หรือ DSL ดี แต่สุดท้ายก็เลือกเป็น DSL
แน่นอนว่าผู้ชนะเลิศทัวร์นาเมนต์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... หากแต่เป็นเมพเจ้าไฟนอลฯ ที่ชนะรวดมาตั้งแต่รอบแรกโดยรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้ และก็ได้รับรางวัลจากพี่โจอี้ไปอย่างงดงาม (ว่าแต่ตรูก็มี DSL อยู่แล้วนี่หว่า....)
ต่อมาในช่วงเย็นก็เป็นการแข่งขันรวมมิตรเกมไฟติ้ง ซึ่งรอบชิงชนะเลิศถูกตัดสินด้วยการแข่งเกม Street Fighter IV ซึ่งก็เป็นการพบกันระหว่างโกคิ จอมโดดถอยหลังปล่อยบู๊ กับแซนกีฟ ที่ค่อยๆ หลบฮาโดเคนเข้าไปตบโกคิ.... การต่อสู้นัดนี้ไม่ใช่การต่อสู้แบบบู๊ล้างผลาญ แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายหนึ่งที่พยายามก่อร่างสร้างคอนโด กับอีกฝ่ายที่พยายามทำลายคอนโดของอีกฝ่ายให้ได้ แล้วผลก็จบลงที่ชัยชนะของแซนกีฟนั่นเอง...
ถัดมาในวันอาทิตย์ ช่วงเที่ยงก็มีการแข่งเกม Cooking Mama ของเครื่อง Wii ซึ่งตอนแรกทีมงานตั้งใจจะรับสมัครแต่ผู้หญิงเท่านั้น แต่เมื่อมีผู้หญิงมาลงสมัครแค่คนเดียว ทีมงานจึงต้องจำใจเปลี่ยนกติกา ยอมรับให้เหล่าเพศผู้มีดุ้นสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ด้วย แน่นอนว่าผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นเทรเชอร์ฮันเตอร์ที่มาล่ารางวัล ไม่ใช่แฟนเกมคุกกิ้งมาม่าแต่อย่างใด ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่ร่วมแข่งขันจึงไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อน ทีมงานจึงต้องออกมาอธิบายและสาธิตวิธีการเล่นอย่างละเอียดให้ผู้เข้าแข่งขันฟัง
เมื่อการแข่งขันดำเนินไป ผมก็ไปตกรอบเพราะแพ้เกมทำน้ำแข็งใสให้กับเพื่อนโบ๊ท หลังจากนั้นผมก็ฝากความหวังในการดำรงชีวิตอยู่ให้กับเพื่อนผู้นี้ ผมบอกให้เพื่อนโบ๊ทผู้ยึดถือเมาส์และคีย์บอร์ดเป็นเสาหลักแห่งชีวิตว่าจงตามล่าเอาเครื่อง Nintendo DSi ที่เป็นของรางวัลของกิจกรรมนี้มาให้ผมให้จงได้ ทั้งนี้เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าโบ๊ทมันจะไม่เล่นเครื่อง DSi
โบ๊ทรับพลังสืบทอดไปจากผม และใช้มันก้าวผ่านพ่อครัวคนแล้วคนเล่า จนไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ซึ่งการแข่งในรอบชิงก็เป็นการแข่งทำคุกกี้ แต่ก่อนจะเริ่มแข่งทีมงานก็ให้ทั้งสองฝ่ายเป่ายิ้งฉุบแข่งกันว่าใครจะต้องทำก่อน ผลปรากฏว่าโบ๊ทเป่ายิ้งฉุบแพ้ก็เลยต้องเริ่มทำก่อน ระหว่างทำคุกกี้นั้นก็มีปัญหาต่างๆ นานา เกิดขึ้น คู่แข่งก็จำว่าโบ๊ทเจอปัญหาอะไรบ้าง แล้วโบ๊ทแก้ไขอย่างไร จากนั้นคู่แข่งก็นำความรู้นี้ไปปรับใช้กับการทำคุกกี้ของตนเอง จึงเป็นเหตุให้เพื่อนโบ๊ทต้องแพ้พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย
กระทั่งจบงานแล้วมันก็ยังบ่นว่าเจ็บใจไม่หายเลยทีเดียว ว่าแล้วโบ๊ทก็ภาวนาว่าถ้าชาติหน้า เอ้ย..ถ้าปีหน้ายังแข่งคุกกี้มาม่าอีก เค้าจะต้องคว้ารางวัลชนะเลิศมาให้ได้ จงศรัทธา....!!!
จากนั้นทีมงาน MXG ก็ขึ้นมาแสดงกิจกรรมบนเวที เริ่มต้นด้วยการอัพเดทความคืบหน้าล่าสุดของเกมต่างๆ จากงาน Tokyo Game Show ที่พึ่งผ่านพ้นไปได้ 1 สัปดาห์ ซึ่งทีมงานก็เล่าความคืบหน้าต่างๆ ได้สนุกมากๆ เสียดายที่ทีวีที่นำมาฉายเทรลเลอร์นั้นมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้ผู้ชมไม่สามารถอิ่มเอมไปกับความอลังการของเกมในยุคนี้ได้เท่าที่ควร
จากนั้นก็มาถึงกิจกรรมแจกเครื่อง PSP Go ซึ่งทีมงานได้มอบเครื่องให้กับคนที่ได้ตราประทับกลับหัวมากที่สุด จัดว่าเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมากๆ แต่ก็ถือว่ายุติธรรมดี กติกานี้ทำให้กลุ่มเทรเชอร์ฮันเตอร์ไม่จำเป็นต้องได้รางวัล เพราะคนที่มีดวงเหนือชาวบ้านเท่านั้นที่จะมีสิทธิครอบครองเจ้าเครื่องนี้เอง
ต่อมาก็เป็นการประมูล Mega Ticket ซึ่งปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ไม่มีของรางวัลต้องตาผม ดังนั้นบุรุษ 3000+1800 Meg จึงได้แต่เก็บ Mega Ticket จำนวนหนึ่งที่เขาถือครองอยู่เอาไว้ต่อไป
รางวัลใหญ่ของการประมูล เป็นเครื่อง PS2 รุ่น Xenosaga Limited Edition และฟิกเกอร์คอสมอส ก็ถือเป็นอีกปีที่การแข่งขันประมูลดำเนินไปอย่างตื่นเต้นเร้าใจมากๆ และผู้ชนะเลิศประมูลก็ได้รางวัลดังกล่าวไปครองโดยเสียค่าเสียหายเป็นจำนวน 3 พันกว่าๆ Meg
กลับไปทางบูธ MXG ต่อ ทางนี้ก็มีการจัดแข่งเกม Wii Sport Resort เพื่อชิงของรางวัลเป็นเครื่อง Wii โดยก่อนเริ่มกิจกรรมนี้ผมก็ไปยืมเครื่อง Wii ของพี่ไคล์มาฟิตซ้อมเกมนี้ที่บ้านเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม เรียกได้ว่าซ้อมทุกวัน ซ้อมจนหลังยอกเลยทีเดียว แต่สุดท้ายพอถึงเวลาแข่งจริง โชคร้ายก็มาเยือนเมื่อทีมงานเปลี่ยนเกม & กติกาการแข่งขันเข้าให้ เล่นเอาคนที่ซ้อมชู๊ตบาสมานับหมื่นลูกอย่างผมถึงกับเอ๋อไปเลยทีเดียว ว่าแล้วหายนะที่เรียกว่าการตกรอบแรก ก็มาเยือนผมโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผมตกรอบแล้ว ทีมงานก็เซอร์ไพรซ์ผมด้วยการช่วยกันนำร้องเพลง Happy Birth Day ให้ และเพื่อนๆ ที่ร่วมแข่งขันอยู่ก็ช่วยกันร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้ผมทุกคน เรียกได้ว่าทำเอาเจ้าชายไฟนอลซึมน้ำตาคลอเบ้าไปเลยทีเดียว งานนี้ต้องขอบคุณพี่ๆ ทีมงานทุกคนมากๆ เลยครับ ที่ช่วยมอบความทรงจำดีๆ แบบนี้ให้
การแข่งขันเพื่อชิงเครื่อง Wii ยังคงดำเนินไปต่อไป จนการแข่งรอบชิงชนะเลิศเป็นการแข่งขันระหว่าง จ๋าย & พี่หยก ที่เป็นเพื่อนที่มาจากบอร์ด Gconsole ด้วยการ ทั้งสองต้องแข่งขันพายเรือแคนนูอย่างทุลักทุเลไปยังเส้นชัย และแล้วสายลมแห่งชัยชนะก็พัดพาไปยังด้านจ๋าย ทำให้เขาได้รับเครื่อง Wii ไปครอง...
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เครื่อง Wii ดังกล่าวก็ถูกแปรสภาพเป็นเงิน 7,000 บาท โดยจ๋ายก็ได้แบ่งให้กับเพื่อนหยกไปคนละครึ่ง เพื่อมิตรภาพอันยั้งยืนยงของเพื่อนพ้องทั้งสองคนนั่นเอง
กลับมาทางด้านเวทีใหญ่ ก็มีการจับสลากเพื่อหาผู้โชคดี 13 คนมารับรางวัลใหญ่ 13 อย่าง.. ไม่น่าเชื่อครับว่าในบรรดาผู้โชคดี 13 คนนั้นเป็นเด็กถึง 4 คน... ต้องบอกว่าเด็กเค้ามีบุญมากกว่าคนแก่อย่างเราๆ จริงๆ แต่เด็กที่ได้รางวัลไปส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ อย่างเด็กผู้หญิงที่ได้ฟิกเกอร์วับแวมของ Love Hina ไปเนี่ย บ.ก.เค้าก็บอกว่าน้องได้ไปตอนนี้อาจจะยังไม่เข้าใจถึงคุณค่าของมัน แต่ลองเอากลับไปให้พี่ชายที่บ้านดู พี่ชายของน้องอาจจะเข้าใจก็ได้ ฮ่าๆ
ตอนท้ายเหลือผู้หญิง 1 คน ผู้ชาย 1 คน และเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อีก 1 คนที่จะต้องมาแบ่งรางวัลกัน ซึ่ง 3 รางวัลใหญ่ที่เหลืออยู่ก็คือเครื่อง DSi จักรยานแข่งคันละหมื่นกว่าๆ และเครื่อง PS3 Slim
ผลการจับสลากปรากฏว่าผู้ชายได้เครื่อง DSi
น้องผู้หญิงตัวเล็กที่โดนจักรยานบังได้จักรยาน
และคุณพี่คนนี้ก็ได้เครื่อง PS3 Slim ไป
หลังแบ่งรางวัลเสร็จ น้องผู้หญิงยืนงงว่าจะแบกจักรยานกลับบ้านยังไง พอเดินไปบอกเพื่อน เพื่อนก็ทำท่ามึนงงพอๆ กัน... น้องเค้าได้จักรยานแข่งไปก็คงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ก็เลยไม่ดีใจเท่าไหร่ ผู้ชายที่ได้เครื่อง DSi ก็เลยโชว์แมนด้วยการเข้าไปขอแลกรางวัลกับน้องเค้า ซึ่งน้องผู้หญิงก็ตกลง เป็นอันว่าน้องผู้หญิงได้ DSi มูลค่าประมาณ 7 พันกลับบ้านไปเล่น ขณะที่ผู้ชายได้จักรยานคันละหมื่นกว่าบาทเอาไปปั่นรอบห้างก่อนจะพากลับบ้าน... สรุปแล้วก็สมประโยชน์ทั้งสองฝ่ายไป แม้มูลค่ามันจะต่างกันเยอะมากก็ตาม
สุดท้ายก็คือภาพสรุปของรางวัลที่ผมได้รับมาใน 2 วันนี้ ตีเป็นมูลค่าก็ได้เยอะหลายพันอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าผมประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ตรงกันข้ามผมถือว่าการอาบเหงื่อฝึกเล่น Wii Sport Resort เป็นเวลา 1 สัปดาห์แต่กลับไม่สามารถพาตัวเองให้ผ่านรอบแรกได้ ถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างใหญ่หลวงด้วยซ้ำ ปีที่แล้วไปพลาดรอบชิงมาแล้ว ปีนี้ดันมาพลาดรอบแรกอีก.... ปีหน้า...จะมีโอกาสอีกมั้ยนา.....
สำหรับเครื่อง DSL สีชมพูที่ได้มา ตอนนี้มันก็ยังกลิ้งอยู่ห้องผม ไม่ได้หายไปไหน ถ้าเป็นปกติ....เมื่อผมได้เครื่องเกมที่มีอยู่แล้วมาอีกเครื่อง ก็คงเอาเครื่องที่ได้มาใหม่ให้คนอื่นไปแล้ว แต่ว่า... คนที่อยากให้มากที่สุด เค้าดันไม่มีตัวตนอยู่แล้วสิ แย่จังเลยนะ.... ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะเอาเครื่องไปเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเข้ากองทุนเกมเมอร์ผู้ยากไร้สำหรับการซื้อ Wii... แต่คิดไปคิดมา การทำแบบนั้นมันก็ขัดกับอุดมการณ์ของผม ที่ถือว่าจะไม่ขายสิ่งที่ตัวเองแสวงหามา และจะไม่เอาสิ่งที่มีอยู่ไปแลกกับสิ่งที่ยังไม่มี.... ดังนั้นเจ้าเครื่อง DSL นี้มันก็ยังกองอยู่ในห้องผมต่อไป หวังว่าอีกซักวันหรือสองวัน ผมคงจะคิดได้เสียทีว่าควรจะใช้ชีวิตอย่างไรกับเจ้า DSL สีชมพูหวานๆ เครื่องนี้ดี
หวังว่าอย่างงั้น.....
สุดท้าย ขอบคุณน้องไคริมากที่ช่วย HBD ด้วยกลอนภาษาฮิมนอสที่คุณน้องแต่งขึ้นเอง กลอนดังกล่าวแปลได้ว่า
เพนกวินตนหนึ่งพเนจรไปตามทะเลทรายอันแห้งแล้ง...
เพนกวินไม่สามารถทนอยู่บนทะเลทรายอันแห้งแล้งนี้ได้...
เพนกวินดิ้นรนกระเสือกกระสนคลานต่อไป ด้วยความตายนั้นกำลังไล่หลังตามมา...
และเมื่อนั้น ...............ในทางข้างหน้ามันได้ค้นพบกับโอเอซิส
เพนกวินได้ว่ายน้ำเล่นอยู่ในโอเอซิสนั้น........และมันก็คิดได้ว่า... หากมีเพนกวินตัวอื่นจะเดินมาทางนี้ พวกนั้นอาจจะล้มตายลงและถูกความตายกลืนกินก็เป็นได้...เจ้าเพนกวินน้อยหัวใจใหญ่ตัวนั้น จึงได้พยายามปลูกต้นไม้ในทะเลทรายใหญ่...เจ้าเพนกวินร้องเพลงจากใจของมันให้เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวเติบใหญ่...
...มันได้หว่านเมล็ดพันธุ์ไปแล้ว 1000 เมล็ด...
.........ครั้นเมื่อเพนกวินน้อยหว่านเมล็ดพันธุ์เมล็ดที่ 1001
มันได้ให้ความหวังแก่เพนกวินตัวอื่น ให้เดินทางมาที่ทะเลอันแห้งแล้งแห่งนี้...
เพนกวินทุกตัวจึงสามารถเดินทางบนทะเลทรายอันกว้างใหญ่ได้
เพนกวินทุกตัวสามารถว่ายน้ำเล่นในโอเอซิสที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาได้...
...........ขอบคุณ...เจ้าเพนกวินน้อย...........
ขอให้เพนกวินน้อยจงมีชีวิตอยู่และหว่านเมล็ดพันธุ์เพื่อให้ความหวังแก่สิ่งอื่นๆ บนโลกต่อไป....
Happy Birthday...BonBon...
ขอบคุณน้องไคริมากสำหรับบทกลอนที่แต่งมาให้ แม้ว่าพี่จะอ่านมันไม่ออกก็ตาม แต่คำแปลของมันก็แซ่บได้ใจจริงๆ ไหนจะการเปรียบเปรยอันแฝงความนัย ไหนจะการแต่งเป็นร้อยกรอง ไหนจะการขัดเกลาเป็นภาษาฮิมนอสอีก พี่รู้ว่าน้องมีอารมณ์ศิลป์มากครับ แต่ชักจะอัจฉริยะไปละ... ได้เห็นน้องใช้อารมณ์ศิลป์สร้างสรรค์กลอนวันเกิดดีๆ ให้กับพี่ ก็ต้องขอขอบคุณไคริมากนะครับ : )
เราจำได้ว่าแกยังไม่มี NDS นี่..... ถ้าสนใจไอ้เครื่องสีชมพูตามรูป บอกเราได้น่อ...