สวัสดีครับผมชื่อ บาน-3- ครับ ตอนนี้ผมอาศัยอยู่ใน Liberty City...ดินแดนแห่งเสรีภาพ
ผมพึ่งจะย้ายมาที่เมืองนี้ตามคำชักชวนของเพื่อนบอนได้เพียง 2 วัน ดังนั้นผมจึงค่อนข้างใหม่กับถนนหนทางภายในเมืองนี้มาก
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่คิดจะนั่งกินนอนกินปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ หรอกครับ ช่วง 2 วันที่ผ่านมานี้ผมได้ออกไปสำรวจถนนหนทางในละแวกที่พักมา นั่นก็ทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ตอนนี้ผมพอจะทราบแล้วว่าถ้าต้องการไปดูระบำเปลื้องผ้าต้องไปดูที่ไหน หรือถ้าอยากเอาเงินไปล้างท่อต้องทำอย่างไร ตอนนี้ถามผมมาได้เลย
มาเข้าเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังกันดีกว่า เหตุการณ์มันเริ่มต้นในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันที่ผ่านมา ตอนนั้นผมกำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถที่ดี ก็ขับรถพาคนไปส่งตามสถานที่ได้รับไหว้วานมานั่นแหละครับ ทีนี้ปัญหามันก็เกิดขึ้นตอนที่เสียงโทรศัพท์เริ่มดังขึ้น ผมใช้มือซ้ายประคองพวงมาลัยไปก่อนที่จะยื่นมือขวาออกไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ข้อความบนโทรศัพท์เป็นประโยคเชื้อเชิญที่มีใจความว่า
"คุณบอนได้อัญเชิญคุณให้ไปเล่นโหมดออนไลน์ด้วยกัน"
ในฐานะคนขับรถที่ดี ผมจึงสำนึกได้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องพาผู้โดยสารไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ วินาทีต่อมาผมกดปุ่มยกเลิกที่โทรศัพท์ก่อนจะหันไปรวมสมาธิอยู่ที่การขับรถอย่างที่เคย
เรื่องมันควรจะจบที่ตรงนี้แล้ว...หากโทรศัพท์ผมมันไม่ดังตี๊ดๆๆๆ อย่างไม่หยุดหย่อนจนผมเริ่มรู้สึกรำคาญ นั่นคือเสียงจดหมายไฟฟ้าที่คุณเพื่อนบอนผู้หวังดีส่งเข้ามาในโทรศัพท์ผมอย่างไม่หยุดยั้ง
สุดท้ายผมจึงต้องตัดความรำคาญด้วยการกดตกลง กูเข้าไปเล่นกับมึงก็ได้วะ
ทันทีที่ปุ่มโทรศัพท์ถูกกดลงไป ร่างของผมก็ถูกพัดพามายังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ผมมองเห็นเทพีเสรีภาพอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่นัก ตอนนั้นอากาศค่อนข้างหนาวเย็น มันเป็นไอเย็นที่มากับเมฆฝนที่พร้อมจะแปรสภาพเป็นสายน้ำที่ไหลรินลงสู่ผืนดิน ผมเองไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่เชื่อว่าเดี๋ยวถ้าผมเจอเพื่อนบอนแล้วเขาคงจะอธิบายให้ผมฟังเองว่าเขาลากผมมาที่นี่ทำไม
อ๊ะๆๆๆๆ นั่นไงๆ ผมได้ยินเสียงฝีเท้าที่รัวยิกมาทางผมแล้ว ผมมองไปยังต้นเสียงและเห็นเพื่อนบอนกำลังวิ่งมาทางผมด้วยความเร็วระดับยี่สิบตีนถีบ จริงๆ แล้วผมก็แอบแปลกใจอยู่เล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนบอนไม่ได้ส่งแววตาที่สดใสให้อย่างที่เคย เขากำลังยิ้มอยู่ ใช่...เขากำลังยิ้มอยู่ แต่ผมว่านั่นเป็นรอยยิ้มที่แฝงด้วยความนัยที่เป็นปริศนา นั่นจึงทำให้ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
แต่ทำไงได้ล่ะ ผมมีทางเลือกอื่นที่ไหนนอกจากรอให้เพื่อนบอนวิ่งมาหาผมและอธิบายให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น
คุณเพื่อนบอนวิ่งเข้ามาใกล้ผม ใกล้ผม...และใกล้ผมเข้าไปอีกเรื่อยๆ ผมสังเกตเห็นอักษร BoN ที่ล่องลอยอยู่เหนือศีรษะเพื่อนผม ระหว่างที่ผมกำลังสงสัยว่าอักษรดังกล่าวมีความหมายอย่างไร คุณเพื่อนบอนก็ชักปืนกลขึ้นมา จ่อหน้ากบาลผม
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!!
ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากถามอะไร และยังไม่ทันที่ผมจะได้ยินคำตอบใดๆ คุณเพื่อนบอนก็ลั่นกระสุนทะลุกบาลผมไป 4 นัด
ร่างของผมร่วงลงสู่พื้นในชั่วพริบตา สีแดงของเลือดเริ่มไหลเจิ่งนองไปทั่วพื้นดิน วินาทีนั้นผมรู้สึกเจ็บปวด รวดร้าว....และเสียใจที่ถูกเพื่อนรักหักหลัง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนบอนถึงต้องฆ่าผม ผมเสียใจที่ยัง MGS4 ไม่จบทั้งที่อุตส่าห์ซื้อมาแล้วแท้ๆ
ด้วยความอาฆาตแค้น ผมสาบานกลับตัวเองว่าเกิดมาชาติหน้าฉันใด ผมต้องล้างแค้นเพื่อนบอนที่บังอาจดับชีวิตผมก่อนที่ผมจะเล่นเกมลุงงูเหี่ยวจบให้ได้
และแล้วผมก็หมดสติไป....
.......
5 วินาทีต่อมา....ผมถูกส่งมาเกิดใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่ผมตาย เลือดที่เคยเปรอะเปื้อนเสื้อผมจนเหม็นคาวก็ถูกซักล้างจนสะอาดใหม่เอี่ยม ผมเข้าใจทันทีว่าพระเจ้าได้มอบโอกาสในการล้างแค้นให้กับผมแล้ว ดังนั้น....เพื่อสานต่อคำปฏิญาณในชาติที่แล้วให้เป็นจริง ผมจึงไม่รีรอที่จะหยิบปืนที่ตกอยู่รอบบริเวณนั้นขึ้นมา และเริ่มใช้มันเล็งไปเล็งมา
ตัวผมเองอาจจะเคยจับปืนจริงมาก่อนก็เฉพาะตอนที่ฝึก ร.ด. แต่นั่นก็เป็นการใช้ปืนตามคำสั่งที่ครูฝึกสั่งเรามาเท่านั้น ผมเคยคิดสงสัยอยู่เสมอว่าความรู้ที่ได้มาตอนนั้นมันจะมีประโยชน์ในเวลาขับคันจริงหรือ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมได้คำตอบนั้นแล้ว
ผมลองเล็งปืนไปยังฝูงชนที่กำลังแตกตื่นอยู่แถวนั้น ฉับพลันในวินาทีต่อมาศีรษะของหญิงสาวคนหนึ่งก็ระเบิดออกเพราะสุนที่วิ่งออกจากปืนที่ผมครอบครองอยู่ ในตอนนั้นผมไม่มีความรู้สึกผิดใดๆ เกิดขึ้นในหัวใจ สิ่งที่ผมคิดมีเพียงต้องกำจัดเพื่อนบอนซึ่งเป็นต้นตอของเสียงฝีเท้าที่กำลังมุ่งหน้ามาทางตัวผมให้ได้
เสียงฝีเท้าค่อยๆ เข้าใกล้มาเรื่อยๆ ในไม่ช้าผมก็เห็นเพื่อนบอนที่ปรากฏตัวมาท่ามกลางความมืด ดังนั้นผมจึงรีบชักปืนขึ้นมาและเล็งไปทางเพื่อนบอนในทันที
ปัง!!! ปัง!!! ปัง!!!! ปัง!!! ปัง!!!!!!!!!!!!!!!
ยังไม่ทันที่ผมจะได้สอดนิ้วเข้าไกปืน...เพื่อนบอนก็สาดกระสุนมาใส่ผมร่างของผมอีกแล้ว
ลมหายใจของผมสิ้นลงทั้งที่ตาของผมยังคงเบิกโพลงอยู่ ผมไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากความรู้สึกเกลียดโกรธที่มีต่ออดีตเพื่อนรัก
..........
พระเจ้าได้ประทานชีวิตใหม่ให้ผมอีกครั้งในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่ผมเสียชีวิตลงในชาติก่อน โชคดีที่ผมยังสามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชาติก่อนๆ ได้ดี ดังนั้นผมจึงไม่รีรอที่จะไม่เก็บปืนที่วางเกลื่อนอยู่ตรงหน้า
ผมหยิบปืนขึ้นมากระบอกหนึ่ง นั่นเป็นปืนพกธรรมดาที่ผมคิดว่ามันน่าจะใช้งานได้ง่ายที่สุดแล้ว และนั่นคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับคนที่แทบไม่เคยได้แตะปืนจริงแบบผม
หลังจากที่กำปืนมั่นไว้ในมือแล้ว ผมรวบรวมสมาธิให้กับการตั้งใจฟังเสียงฝีเท้าที่มุ่งหน้ามาทางผม.... น่าแปลกที่คราวนี้ไม่มีเสียงฝีเท้าที่ว่าเกิดขึ้น ผมรู้สึกแปลกใจ...แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนบอนอาจจะยังซุ่มอยู่แถวนี้เพื่อดักฆ่าผมอย่างเลือดเย็น บางทีมันคงจะเบื่อกับการเอาปืนไล่ยิงผมแล้ว และอาจจะกำลังวางแผนดักปาดคอผมอยู่ก็ได้
ผมค่อยๆ ออกเดินสำรวจตามหาเพื่อนบอน คราวนี้ผมตั้งสติของผมได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการลนหรือลังเลปรากฏให้เห็นอีกแล้ว ความชิงชังทำให้ผมรู้จักควบคุมตัวเอง ผมเปลี่ยนความโกรธแค้นเป็นแรงผลักดันที่ขับเคลื่อนให้ผมก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งขั้น
สุดท้ายผมก็พบเห็นเพื่อนบอนที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ม้านั่งยาวกลางสวนสาธารณะ ผมเข้าไปแอบอยู่หลังพุ่มไม้ และเริ่มเล็งปืนไปทางเพื่อนบอนอย่างไม่รอช้า แต่แล้ว...เพื่อนบอนก็หันมาทางผมอย่างช้าๆ เขาโยนวัตถุบางอย่างขึ้นสูงทำมุม 60 องศา และวัตถุชิ้นนั้นกำลังลอยมาทางผม
ผมเบี่ยงความสนใจจากตัวเพื่อนบอนไปยังวัตถุชิ้นนั้นโดยไม่รู้ตัว วัตถุลึกลับดังกล่าวลอยข้ามหัวผมไป มันพุ่งไปตกบริเวณด้านหลังตัวผมไป 7-8 เมตร
บึ้มมมมมมมมมมมมมม!!!
ชัดๆ เลยครับ....ไอ้ที่เพื่อนบอนมันปามานี่มันระเบิดนี่หว่า เอาละสิ! แล้วทีนี้ผมจะรับมือกับมันยังไงดีเนี่ย... ใช่แล้ว... ผมต้องรีบกำจัดมันให้ได้ก่อนที่ผมจะได้อิ่มอร่อยไปกับผลไม้ของมัน
เมื่อคิดได้ดังนี้ผมจึงหันกลับไปทางเพื่อนบอนอีกที และสิ่งที่ทำให้ผมต้องเซอร์ไพรส์ในวินาทีต่อมาก็คือ เพื่อนบอนที่ลุกขึ้นยืนแล้วปาน้อยหน่าแบบมั่วๆ มาทางผม 3 ลูกต่อเนื่อง โชคดีที่ดูเหมือนสกิลในการปาของๆ เพื่อนบอนจะไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่นัก ดังนั้นผมจึงสามารถวิ่งหลบน้อยหน่าที่ปาพลาดไปพลาดมาได้สบายๆ
แต่คุณรู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ผมหลบน้อยหน้าทั้ง 3 ลูกได้แล้ว....?
ใช่ครับ...คุณเดาไม่ผิดหรอก ไอ้เพื่อนบอนมันโยนน้อยหน่ามาทางผม 5 ลูกติดกัน... ระเบิดทั้งห้าลูกพุ่งมาดักด้านซ้าย ขวา หน้า และหลังของผม... ซ้ำร้ายไอ้ลูกสุดท้ายมันยังลอยมาโดนหัวผมพอดี...
...............
ผมถูกส่งมาเกิดใหม่เป็นครั้งสุดท้าย...ผมรู้สึกได้จากก้นบึ้งของจิตใจว่านี่เป็นชีวิตสุดท้ายแล้ว หากผมยังถูกเพื่อนบอนฆ่าตายอีกผมคงได้เข้าสู่นิพพานเป็นแน่แท้
ความสิ้นหวังค่อยๆ เข้าครอบงำจิตใจของผม ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เก็บข้าวของย้ายมาเมืองนี้ตามคำแนะนำของเพื่อนบอน ผมรู้สึกแย่ที่ผมพึ่งเล่น MGS4 จบไปแค่ 1 Act... ผมรู้สึกแย่ที่ผมยังไม่ได้ปิดคอมที่โหลดบิททิ้งไว้อยู่
ผมบอกกับตัวเองว่าผมต้องกลับบ้านไปให้ได้ ผมจะกลับไปยังบ้านที่มี PS3 และกองหนัง AV รอผมอยู่ ดังนั้นผมจะต้องกำจัดเพื่อนบอนและรอดชีวิตกลับไปให้จงได้
ตึกๆๆๆๆ เสียงฝีเท้าของเพื่อนบอนใกล้เข้ามาหาผมอีกแล้ว คราวนี้เขาคิดจะสู้กับผมด้วยวิธีใดๆ อีกล่ะ?
เพื่อนบอนมุ่งหน้ามาทางผมพร้อมกับมีดพกเล่มสั้นที่กำอยู่ในมือขวา ดูท่าคราวนี้เพื่อนบอนคงตั้งใจจะเอามีดปาดคอผมให้ตายเป็นแน่ แต่เอาเถอะ!! คราวนี้ผมมั่นใจมากว่าปืนพกในมือผมต้องเอาชนะมีดสั้นของมันได้
ผมลั่นกระสุนไปทางเพื่อนบอนอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อนบอนกับวิ่งตีวงโค้งหมายจะอ้อมเขาหาตัวผมจากทางด้านข้าง ผมยืนปักหลักอยู่กับที่และรวบรวมสมาธิให้ดี ผมยิงกระสุนไปทางเพื่อนบอนเรื่อยแต่ก็ไม่มีกระสุนลูกไหนที่โดนเข้าใส่เพื่อนบอนอย่างจัง อย่างดีก็แค่โดนเสื้อมันถากๆ เท่านั้นเอง
อีก 5 เมตรเท่านั้นเพื่อนบอนก็จะวิ่งมาถึงตัวผมแล้ว...ยิ่งเพื่อนบอนวิ่งเข้ามาใกล้ผมเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าหัวใจผมเต้นเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น มือของผมสั่นเทิ้มและเริ่มจับปืนไว้ไม่อยู่ ผมรู้สึกได้ทันทีว่าตอนนี้ผมไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้ปืนยิงใส่สิ่งใดได้ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะกลับหลังหันและวิ่งตูดชี้หนีดีกว่า
ผมรีบโกยอย่างสุดฝีตีน....ขณะเดียวกันเพื่อนบอนก็วิ่งตามผมมาอย่างไม่ลดหละ แต่โชคดีที่เพื่อนบอนไม่ใช่คนที่วิ่งได้เร็วนัก ประกอบกับความอ่อนล้าที่เขาได้เผชิญมา ดังนั้นผมจึงเริ่มวิ่งทิ้งห่างเพื่อนบอนได้ทีละนิดๆ
ทันทีที่ผมคิดว่าผมทิ้งห่างจากเพื่อนบอนได้มากพอ ผมก็กลับหลังหันมาและเริ่มรัวกระสุนใส่เพื่อนบอนอย่างไม่รีรอ ตอนนี้เพื่อนบอนกำลังวิ่งเป็นเส้นตรงเพื่อไล่ตามผมอยู่ ดังนั้นเขาจึงโดนกระสุนที่ผมกราดออกไปอย่างเต็มๆ
ถึงแม้จะโดนกระสุนเข้าไปหลายนัด แต่เพื่อนบอนก็ยังพยายามเดินกะเผกๆ เข้ามาหาผม วินาทีนั้นผมมั่นใจว่าผมต้องสามารถกำจัดเพื่อนบอนทิ้งได้อย่างแน่นอน ดังนั้นผมจึงตั้งสติมั่นแล้วเล็งปืนไปที่เพื่อนบอนเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความหวังที่จะส่งให้มันได้ไปสบายซะที
แชะ... แชะ..
ซาตานช่างแสนขี้เล่นที่ดันบังอาจมาทำให้กระสุนในรังเพลิงของผมหมดลงเอาเสียตอนนี้ ผมตกใจมากแต่ก็รีบหยิบกระสุนที่เก็บได้มาบรรจุเข้าไปในรังเพลิงของตนเอง ทว่าระหว่างที่ผมกำลังบรรจุกระสุนด้วยความลุกลี้ลุกลนนั้นเอง...
ฉึกกกกกกกกก!!!
ผมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่บังเกิดขึ้น มีดในกำมือเพื่อนได้ทะลวงเข้าสู่พุงน้อยๆ ของผม ดูเหมือนว่าเพื่อนบอนเขาจะไม่อยากให้ผมต้องทรมานอยู่นาน ดังนั้นเขาจึงจ้องมองผมด้วยสีหน้าของฆาตกรก่อนที่จะเงื้อมีดขึ้นมาเพื่อเตรียมจะแทงซ้ำให้ผมตายคาที่
แต่นั่นก็เป็นวินาทีเดียวกับที่ผมได้บรรจุกระสุนเข้าใส่รังเพลิงของปืนได้เสร็จ ดังนั้นผมจึงหลับตาปี๋ และลั่นกระสุนเข้าใส่เพื่อนบอนอย่างไม่ลังเล
โป้งงงง!!! โป้งงงงง!! โป้งงงง!!!
ร่างของเพื่อนบอนตกลงสู่พื้นพร้อมกับมีดพกของเขา....ในที่สุดเวรกรรมที่เรามีต่อกันก็หมดสิ้นลงเสียที
ทันทีที่เพื่อนบอนตายลงผมก็ถูกวาร์ปกลับมายังสถานที่แห่งเดิม ผมอยู่ในรถที่กำลังติดไฟแดงและกำลังพาผู้โดยสารไปส่งยังที่หมาย ผมมองไปรอบข้างด้วยความรู้สึกที่ตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนผู้โดยสารที่เบาะหลังต้องหันมาถามผมว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
หลังจากที่ผมตอบคำถามของผู้โดยสารไปเรียบร้อยแล้ว โทรศัพท์ของผมที่วางอยู่ข้างหน้าเครื่อง PS3 ก็ดังขึ้น ผมวางคอนโทรลเลอร์ลงก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวขึ้นมาดู แน่นอนว่ามันคือโทรศัพท์ที่มีปลายสายมาจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร
"เฮ่ยยย!!! เป็นไงมั่งวะบาน กูรับน้องได้เจ๋งใช่เปล่า สนุกล่ะสิมึงงง ก๊ากกกๆๆๆๆๆๆ!!!"
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พรุ่งนี้ผมจะไปต่อยหน้ามันที่มหาลัยให้ได้...จบข่าว.../ บาน
=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=
ป.ล. เรื่องนี้บอนเขียนขึ้นจากคำให้การของบานหลังจากที่ได้เจอกันที่มหาลัยในวันต่อมาแล้ว :P
/โดนน้อยหน่าคอมโบ