จบ Final Fantasy IV แล้วครับ...พึ่งจะจบมาหมาดๆ เมื่อกี้นี้เลย...TvT
หลังจากที่เล่นจบแล้วก็อดใจรอให้ถึงเช้าไม่ไหวครับ อยากจะเข้ามาบรรยายอรรถรสของเกมมันซะตอนนี้ให้ได้
ก็อย่างที่ผมเคยกล่าวไปบ้างแล้วนะครับว่าเกมนี้ได้รับการบรรจงสร้าง บรรจงกำกับมาอย่างดี เรื่องเสียงพากย์ การแสดงออกทางสีหน้า และการกระชากอารมณ์คนดูนี่ไร้ที่ติจริงๆ ยิ่งเกมนี้เป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องดีอยู่แล้ว พอได้รับการปรับปรุงให้ทันยุคทันสมัย อะไรก็ดูดีไปเสียหมด
ผมตั้งความหวังกับฉากจบของเกมนี้เอาไว้มากครับ เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาฉากต่างๆ ภายในเรื่องนั้นล้วนแล้วแต่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชม และทำให้คนเล่นมีอารมณ์ร่วมตายไปกับมันได้เป็นอย่างดี ฉากไหนที่ตัวละครเศร้า เราก็เข้าถึงความเศร้าของพวกเขา ฉากไหนที่ฮึกเหิม เราก็รู้สึกถูกปลุกเร้าไปด้วย
ถ้าถามว่าฉากจบเกมนี้ดีแค่ไหน สำหรับผมแล้วผมยกให้มันเป็นหนึ่งในฉากจบ Final Fantasy ที่ดีที่สุดตลอดกาล เคียงข้างกับฉากจบของภาค IX X และ Crisis Core
ความประทับใจที่ได้มามันยากที่จะเก็บเงียบไว้ตามลำพัง ผมเลยจะขอพรรณาถึงจุดที่ผมประทับใจแบบย่อๆ นะครับ
ในตอนท้ายหลังจากที่พวกเซซิลได้เดินทางไปถึงชั้นใต้ดินของปราสาทคริสตัล พวกเขาได้พบกอลเบซ่ากับฟุซุยะ ที่กำลังช่วยกันต่อสู้กับเซมุสอยู่
เวทย์มนต์ทั่วไปที่กอลเบซ่าพยายามระดมยิงใส่เซมุสนั้น ดูจะไม่ได้ผลกับเซมุสเอาเสียเลย ขณะเดียวกันเหล่าเวทย์ขาวของฟุซุยะก็ทำอะไรเซมุสไม่ได้เช่นกัน ทั้งสองจึงช่วยกันร่วมพลังใช้เวทย์ประสาทเมเทโอคู่จัดการกับเซมุส ซึ่งฝูงอุกกบาตที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องนั้นก็ทำดาเมจใส่เซมุสได้ถึง 99,999 ทีเดียว
เซมุสล้มลงไปก่อนจะบอกว่าถึงร่างกายจะตาย แต่วิญญาณก็ยังคงดำรงอยู่...
ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครใส่ใจกับคำสั่งเสียของเซมุสนัก พวกเซซิลที่เห็นฟุซุยะกับกอลเบซ่าจัดการกับเซมุสได้แล้วก็วิ่งเข้าไปแสดงความยินดีกันยกใหญ่ อย่างเอดจ์นี่ก็ถึงกับวิ่งออกไปแฮปปี้ด้วยเป็นคนแรก แต่...จะมีก็แต่เซซิลนี่แหละครับ ที่ยังดูอ้ำๆ อึ้งๆ และไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงในเวลาแบบนี้ เวลาที่ต้องอยู่ต่อหน้าพี่ชาย... ที่ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากคุยกันมาก่อนทั้งชีวิต
ในขณะที่ทุกคนกำลังดีใจกันอยู่ วิญญาณของเซมุสที่ยังไม่สูญสลายไป ก็ได้ก่อกำเนิดจิตวิญญาณอันชั่วร้ายในนามของ "เซโรมุส" ขึ้นมา เซโรมุสก่อตัวขึ้นด้วยรูปร่างอันใหญ่ยักษ์และมุ่งตรงเข้ามาหาทุกคน กอลเบซ่ากับฟุซุยะรีบหันไปรับมือกับมันอีกครั้ง แต่ไม่ว่าทั้งสองจะใช้เวทย์มนต์อะไรไป เวทย์เหล่านั้นก็ล้วนแล้วไม่มีผลกับมัน แม้แต่เมเทโอ!
กอลเบซ่าหยิบคริสตัลสีขาวที่สุกสกาวชูขึ้นมา เขากล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องใช้มันจัดการเรื่องราวให้จบสิ้น แต่เหตุการณ์ดูจะไม่เป็นไปอย่างที่กอลเบซ่าคิด เขาพยายามจะขอพลังจากคริสตัล แต่คริสตัลกับไม่ตอบสนองเขา เซโรมุสบอกว่ากอลเบซ่าไม่สามารถใช้คริสตัลได้ เพราะกอลเบซ่าได้เลือกวิถีแห่งความมืดแล้ว
สิ้นเสียงของเซโรมุส มันก็ปล่อยพลังบิ๊กแบงค์ของมันออกมา แรงระเบิดของมันรุนแรงมากถึงกับทำให้พวกเราทุกคนปลิวกระเด็นไปไกล และต่างต้องสยบแทบเท้าของมัน
กอลเบซ่าที่ล้มอยู่ใกล้ๆ เซซิลได้หันไปหาน้องชายของตนอย่างช้าๆ...และพูดด้วยเสียงที่สั่นครือออกมา
"นี่....เป็นของแก"
ว่าแล้วกอลเบซ่าก็ค่อยยื่นคริสตัลก้อนเล็กที่แบกรับชะตาชีวิตของคนทั้งโลกและดวงจันทร์ ให้กับเซซิล น้องชายที่เขาไว้ใจที่สุด
เซซิลรับมอบคริสตัลจากกอลเบซ่ามา... ในขณะที่ทุกคนกำลังสยบอยู่แทบเท้าของเซโรมุส แต่ยังมีเซซิลอยู่หนึ่งคนที่พยายามใช้มือค้ำเอากับพื้นเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องล้ม เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาล้มเมื่อไหร่ ชะตาชีวิตของทุกคนจะดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด
แม้สายลมที่ปะทะผ่านใบหน้าเขาจะพัดระห่ำมาอย่างรุนแรงแค่ไหน แต่เซซิลก็ไม่ย่อท้อ เขากัดฟันและพยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง มือทั้งสองของเขาประคองดาบแร็คนาร็อคเอาไว้แน่น ก่อนที่จะกระโจนเขาไปฟาดฟันใส่เซโรมุสอย่างไม่เกรงกลัว โดยมีเพือนๆ อีก 4 คนที่ลุกขึ้นมาแล้วคอยช่วยเหลืออยู่ด้านหลัง
ยอมรับเลยครับว่าเพลงสู้บอสใหญ่และเพลง Prologue ของภาคนี้มันสุดยอดจริงๆ ทั้งฉากที่เพื่อนๆ ค่อยๆ ลุกกันขึ้นมา จากของเดิมที่เคยเป็นหนึ่งในฉากที่น่าประทับใจมากที่สุดอยู่แล้ว พอได้มาเห็นชัดๆ ในแบบ 3D แบบนี้ ก็ยิ่งเป็นการเร้าอารมณ์ที่สุดยอดจริงๆ และยิ่งพอบรรเลงเพลงการต่อสู้กับเซโรมุสตามเข้าไปติดๆ กัน จากอารมณ์แห่งความหวัง ก็กลายเป็นอารมณ์ของความเชื่อมั่น และนั่นก็ยิ่งทำให้เราอยากจะสู้กับเซโรมุสเร็วๆ
เซโรมุสในภาคนี้ เท่าที่ผมลองเล่นกับมันดู ก็เห็นมันใช้วนไปวนมาอยู่ 5 ท่า แต่ท่าของมันทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ร้ายกาจถึงขั้นที่สุด โดยท่าของมันก็มีดังนี้
- Big Bang ท่าสุดยอดของมันที่ใช้บ่อยมากๆ ทีมผมเซซิลเลเวล 90 โดนเข้าไป HP เหลือแค่พันเดียว เอดจ์ตายคาที่ ริเดียกับโรซ่าคางเหลือง... ส่วนไคน์...มันลอยอยู่บนฟ้า..
- Black Hole ลบสเตตัสเสริมของฝ่ายเราทั้งหมด
- World ให้ผลเหมือนเวทย์ Tornado แต่โดนทั้งกลุ่ม ถ้าโดนเวทย์นี้ของมันเข้าไปจะทำให้แต่ละคนเหลือ HP ต่ำกว่า 10
- Meteor รุนแรงระดับน้องๆ Big Bang เลย
- Flare อันนี้เบาสุดของมันแล้ว...
ตอนผมเล่น ผมให้โรซ่าใช้เคอัลก้าตลอด เซซิลคอยใช้เชลล์และเคอัลร่า ริเดียร่ายเมเทโอตลอดเวลา ไคน์กับเอดจ์ช่วยโจมตีและช่วยชุบชีวิตคนที่ตาย ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าความหวังของคนทั้งโลกขึ้นอยู่กับริเดียครับ เพราะเธอการโจมตีแทบทั้งหมดของผม ฝากไว้ที่เธอคนเดียวแล้ว
หลังจากที่ลด HP ของมันไปได้ราวๆ 100,000 เซโรมุสก็จะค่อยๆ สลายร่างไป จากเดิมของเก่าที่ร่างมันจะค่อยๆ เลือนหาย มาในภาคนี้ร่างของมันจะมีแสงออกมาแล้วก็ค่อยๆ แตกสลายไปแบบตอนที่เซฟ่าเซฟิรอธ เอเอนโนะยามิ แล้วก็ซินตายน่ะครับ
ก่อนตายมันก็ทิ้งท้ายไว้ว่า มันจะยังมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่ความมืดล้นยังสิงสถิตย์อยู่ในจิตใจของมนุษย์...
หลังจากที่ทุกคนชนะมันได้แล้ว พวกเซซิลดูเหมือนจะยังกังวลกับคำพูดของมันอยู่ ฟุซุยะก็เข้ามาพูดตามแบบฉบับเดิมว่า ถึงมันจะยังมีอยู่ก็ไม่เป็นไร ทุกสิ่งก็ย่อมมีของที่เกิดมาคู่กัน ก็ดุจโลกกับพระจันทร์ แสงสว่างและความมืดมิด
และในคราวนี้ ก็เป็นเพราะความดีในตัวพวกเรา ที่ทำให้สามารถพิชิตเซโรมุสได้
เวลาได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้าย ฟุซุยะกล่าวคำอำลาทุกคน ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับไปดูแลชาวจันทราดังเดิมแล้ว ในขณะนั้นเอง กอลเบซ่าก็ได้เอ่ยปากที่จะขออยู่ช่วยฟุซุยะด้วย เขาปฏิเสธที่จะกลับไปยังโลกอันเป็นบ้านเกิดของเขา ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกผิด หรือไม่ว่าจะเพราะอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาอ้างออกมา แต่นั่นก็ทำให้รู้ว่าโลกไม่ใช่ที่ๆ กอลเบซ่าอยากกลับไป
ฟุซุยะตกลงยินดีจะให้กอลเบซ่าติดตามเข้าไปด้วย ว่าแล้วฟุซุยะก็ล่ำลากับพวกเซซิลและเดินจากไป โดยมีกอลเบซ่าค่อยๆ เดินตามหลังมาอย่างช้าๆ
ในตอนนี้ ทุกคนต่างบอกกับเซซิลว่า นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วนะที่เขาจะได้บอกลากับพี่ของเขา เซซิลควรเลิกที่จะอ้ำๆ อึ้งๆ ได้แล้ว ริเดียบอกว่าก็แค่พูดว่า "พี่ชาย" เท่านั้นเอง
แต่ไม่ว่าทุกคนจะพูดอย่างไร เซซิลก็เอาแต่ก้มหน้ามองพื้น แล้วก็ไม่ตอบอะไรออกมา...
ทว่าในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่กอลเบซ่าจะเดินหายลับไปจากสายตา... เซซิลก็ได้ก้าวเท้าไปข้างหน้า และเอ่ยประโยคสั้นๆ ประโยคหนึ่งออกมา
"ลาก่อนนะ....พี่ชาย"
กอลเบซ่าที่เดินจากไปแล้วค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเซซิลอย่างเต็มๆ ตาเป็นครั้งสุดท้าย และแล้วกอลเบซ่าก็ยิ้มออกมา
ภาพฉายให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่หลบซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอันยักษ์ ใบ้หน้าอันอ่อนโยนที่เซซิลไม่เคยเห็น
ใบหน้าอันนั้นได้ส่งยิ้มออกมาให้กับเซซิล มันเป็นใบ้หน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของความสำนึกผิดในสิ่งที่ตนได้ทำลงไป มันเป็นใบหน้าของความเสียใจที่ต้องจากลา แต่มันก็เป็นใบหน้าแห่งความหวัง...ที่จะได้พบกับความสุขในวันข้างหน้า และมันเป็นใบหน้าของความอบอุ่นใจ ที่ท้ายที่สุดแล้ว... น้องชายที่แสนรักก็ได้ให้อภัยพี่ชายผู้เลวทรามคนนี้
ผมเห็นใบหน้าของกอลเบซ่าตอนนั้นแล้วแทบจะร้องไห้ครับ....โคตรซึ้งเลย T____T
หลังจากนั้นก็เป็นฉากการเดินทางกลับมายังโลกของเรือเหาะยักษ์วาฬจันทรา ต่างคนก็ต่างแยกย้ายจากกันกลับไปทำหน้าที่ของตนตามเดิม
วันเวลาล่วงเลยผ่าน... จนกระทั่งมาถึงวันอภิเษกสมรส และขึ้นครองราชบัลลงค์ของเซซิล
โรซ่าในชุดเจ้าสาวดูน่ารักมากเลยครับ เป็นครั้งแรกเลยที่เราจะได้เห็นเธอในชุดนี้ หลังจากที่เธอและเซซิลแต่งตัวพร้อมแล้วทั้งสองก็เข้ามาในห้องบัลลังค์ เพื่อรอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและเพื่อนๆ แต่ละคน
เริ่มจากเอดจ์ที่เข้าไปหยอกล้อกับทั้งสองตามเดิมราวกับจะบอกว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ราชากีอ๊อต.. หยางที่เข้าไปคุกเข้าให้เซซิลก่อนจะลุกขึ้นมาจับมือ กิลเบิร์ตที่เข้าไปโค้งให้อย่างสุภาพ พารอมที่วิ่งโร่เข้าไปนั่งบนบัลลังค์แล้วก็โดนโพรอมเอ็ดเอา (แต่เซซิลกับโรซ่าหัวเราะ) แล้วก็ริเดียที่เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มให้โรซ่า ก่อนที่จะเข้าไปทักทายเอดจ์
(ไม่ต้องสงสัยว่าไอ้คนที่อวดศักดาว่าพ่อกูชื่อริชาร์ดหายไปไหน เพราะหมอนั่นไปเก็บตัวฝึกวิชา ไม่อยู่เป็นก้างขวางคอแล้ว)
หลังจากนั้นก็เป็นตอนที่เซซิลคุกเข่าก้มลง แล้วซิดก็เอามงกุฎกษัตริย์มาสวมให้กับศีรษะของราชาองค์ใหม่คนนี้
เซซิลลุกขึ้นยืนและหันไปโอบกอดโรซ่าเอาไว้ ทุกคนต่างๆ ปรบมือด้วยความยินดี ขณะที่ชาวบ้านชาวเมืองก็ไชโยโห่ร้องปิดซอยฉลอง 3 วัน 8 คืน....
หลังจากนั้นก็เป็น Staff Roll 2 ชุด โดยชุดที่ 2 จะใช้เพลง Tsuki no Akari ประกอบครับ!
พอขึ้น Staff Roll จนจบแล้วก็จะเข้าสู่ฉากสุดท้าย คือฉากที่เซซิเลีย คุรุยะ...และเซโอดอล คอยเฝ้าดูโลกอยู่จากอวกาศอันห่างไกล
ราวกับจะบอกว่าวิญญาณของทั้ง 3 จะอยู่ช่วยเซซิลปกป้องโลกอันงดงามใบนี้ตลอดไป...
ซึ้งว้อยยยยยยยยยยยยย T[]T !!!!
ป.ล. ว่าจะพูดแบบย่อๆ ไปๆ มาๆ ไหงมันยาวขนาดนี้เนี่ย...!!