2006/Oct/12

เมื่อหลายพันปีก่อนประภาคารริเดิ้ลอาน่าเป็นที่ๆมีมิสท์ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่นมากที่สุดในโลก เหล่าโอควิเลียที่ต้องการจะใช้ประโยชน์จากมิสท์พวกนั้นในการสร้างศิลาอาถรรพ์ จึงได้เอารังไหมสุริยเทพไปเก็บซ่อนไว้ที่นั่น เพื่อให้รังไหมค่อยๆดูดกลืนมิสท์ปริมาณมหาศาลที่ล่องลอยอยู่รอบๆเกาะเข้าไป ในขณะที่โอควิเลียเองก็ได้สร้างยัสมัทขึ้นมาเป็นผู้ปกป้องรังไหมจากผู้บุกรุก

ต่อมา เหล่านักสำรวจได้สังเกตได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระดับความหนาแน่นของมิสท์ที่ริเดิ้ลอาน่า พวกเขาต้องการจะหาสาเหตุของการปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มออกเดินทางเข้าไปที่นั่นเพื่อค้นหาต้นตอของสาเหตุ แต่พวกเขาก็เจอยัสมัทที่คอยเฝ้าปกป้องรังไหมอยู่ไล่ตะเพิดออกมาอย่างไม่ใยดี

ทว่าหลังจากที่ต้องหนีตายมาจากยัสมัทนั้นแล้ว เหล่านักสำรวจก็ยังคงไม่ละทิ้งความพยายามที่จะค้นหาความจริงของสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ให้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไปจ้างนักประดิษฐ์ผู้มีชื่อโด่งดังให้ช่วยสร้างสุดยอดศาสตราวุธขึ้นมาต่อกรกับเจ้ามังกรเทพตนนั้น

นักประดิษฐ์ได้สร้างสุดยอดศาสตราวุธขึ้นมาต่อกรกับยัสมัทถึงสองครั้ง ครั้งแรกผลงานของเขาถูกมังกรเทพขยี้เละซะไม่เหลือมาด ส่วนครั้งที่สองเขาได้ส่ง Mark XII ออกไปสู้ ซึ่งมันก็โดนถล่มเละซะจนกลับบ้านไม่ถูกทาง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเหล่านักสำรวจจึงได้แต่ตัดใจ

Mk.XII หนีตายจากการต่อสู้ครั้งนั้นมาได้สำเร็จ มันออกเดินทางไปตามหาที่ๆมีมิสท์ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น เพื่อที่มิสท์เหล่านั้นจะได้ช่วยให้อาวุธที่มีชีวิตอย่างมันสามารถเติบโตได้โดยเร็ว หลังจากนั้นมันก็คอยไปท้าสู้กับยัสมัทใหม่เรื่อยๆ เพื่อเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตัวมันเอง จนกว่าจะถึงวันที่มันจะสามารถเอาชนะมังกรเทพเจ้าตนนี้ได้

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ Mk.XII ได้เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นมาก การเผชิญหน้าระหว่างสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นโดนเทพเจ้า และสุดยอดอารยธรรมโบราณที่ถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำมือของมนุษย์จึงได้อุบัติขึ้นที่ริเดิ้ลอาน่าอีกครั้ง Mk.XII ที่มีพลังป้องกันที่สูงส่งสามารถต่อสู้กับยัสมัทได้อย่างสูสี จนกระทั่งเหล่าโอควิเลียเริ่มตระหนักได้ว่าหากปล่อยให้การต่อสู้ยังคงยืดเยื้อต่อไป หากปล่อยให้เจ้า Mk.XII พอสู้แพ้แล้วก็ชิ่งหนีเพื่อไปวางแผนใหม่ต่อไปเรื่อยๆ ซักวันหนึ่งยัสมัทต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และนั่นย่อมเป็นการไม่ปลอดภัยต่อรังไหมเป็นแน่ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะออกโรงเองและใช้พลังอำนาจจัดการโยกย้าย Mk.XII ไปจองจำ ณ ส่วนลึกที่สุดของนครโบราณกิลเวกัน และขนานนามให้มันว่า Omega Mk.XII ในฐานะที่มันเป็นสุดยอดศาสตราวุธโบราณชิ้นสุดท้ายของมวลมนุษย์ที่คิดต่อกรกับเทพเจ้า

หลังจากนั้นไม่นานรังไหมที่อยู่ในสภาพปลอดภัยดีเพราะมียัสมัทเป็นผู้ปกป้องจึงได้ดูดกลืนมิสท์จำนวนมหาศาลที่อยู่รอบๆริเดิ้ลอาน่าเข้าไปจนหมด และเมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปนับพันปี เมื่อเราไปถึงที่เกาะนั้น เราจึงไม่พบมิสท์อีกนั่นเอง

สำหรับ Omega Mk.XII หลังจากที่ถูกเหล่าโอควิเลียโยกย้ายไปจองจำไว้ที่ส่วนลึกสุดของกิลเวกัน มันก็ได้ปิดสวิตซ์การทำงานของตัวเองและเข้าสู่ช่วงแห่งการหลับใหลอันยาวนาน ในขณะที่ยัสมัทเองก็เข้าสู่ช่วงแห่งการหลับใหลเพื่อรอคอยวันเวลาที่จะตื่นขึ้นมาจัดการผู้บุรุกเช่นกัน

เมื่อรังไหมถูกทำลายโดยพวกพ้องของวีรสตรีผู้ถูกเลือก และเมื่อมาจินริวซึ่งเป็นร่างจำแลงของตนนั้นได้ตายลง มังกรเทพยัสมัทจึงได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันมุ่งหน้าไปยังโคลอสเซี่ยมและรอคอยวันเวลาที่จะได้จัดการกับศัตรูผู้ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับเทพเจ้า ทว่าเมื่อยัสมัทตื่นขึ้นมา Omega Mk.XII เองก็รับรู้ได้ถึงการปรากฏตัวของมังกรเทพตนนี้เช่นกัน เดิมทีแล้ว Omega Mk.XII นั้นมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายเดียวคือการกำจัดยัสมัทเท่านั้น เมื่อยัสมัทฟื้นขึ้นมา กลไกการทำงานของ Omega Mk.XII จึงเริ่มต้นทำงานอีกครั้งเพื่อหาทางออกจากนครโบราณกิลเวกัน เพื่อหาทางดิ้นรนหนีออกจากการจองจำของพระเจ้า และเพื่อหาทางออกไปกำจัดยัสมัท ศัตรูเพียงหนึ่งเดียวของมัน

หมายเหตุ* ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ผมแต่งขึ้นโดยอิงจากข้อมูลเท่าที่ได้รับมาจากพี่ Mastermune ฉะนั้นระวังอย่าให้อ่านแล้วเคลิ้มจนคิดว่ามันเป็นข้อเท็จจริงภายในเกมล่ะครับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
.........ผมเล่นจบโดยลืมไอ้สองตัวนี้ไปสนิทเลย o.O'

/me รอภาคปะกิตละกัน
#1  by  กระรอกโฉด At 2006-10-12 13:27, 
เขียนได้มีเหตุมีผลเป็นเรื่องราวน่าติดตามดีครับ
อ่านแล้วเคลิ้มนึกว่าเป็นต้นตอของเรื่องราวในเกมส์เลย

เล่นมาตั้งแต่แผ่นออกตอนอยู่ญี่ปุ่น
แต่ก็เล่นค้างไว้ เพราะว่าทำงานหนัก
เพิ่งได้ว่างมานั่งเล่นเมื่อเดือนก่อน
ตอนนี้นั่งเก็บรายละเอียดอาวุธสุดยอด
เคลียร์ม๊อบ เคลียร์มินิเกมทั้งหลายแหล่
ก่อนจะอัพเลเวลไปสู้กับเจ้าสองตัวนี้
#2  by  O-kun At 2006-10-12 15:47, 
นั่นสิ อ่านๆไป เคลิ้มๆ กลับไปนั่งเล่นดีกว่า ถึงมันจะพูดเร็วกันเป็นจรวดก็เหอะนะ
เคลิ้ม แล้วละ บอน เอ๋ย
นึกถึง ท่า เอาติงเขี่ย 10 ทีรวด - -"
#4  by  bank-Ultima At 2006-10-12 19:12, 

<< Home